Category Archives: General

Taconic Biosciences Announces Release of New Parkinson’s Disease Animal Model

HUDSON, N.Y., April 25, 2017 (GLOBE NEWSWIRE) — Taconic Biosciences, a global leader in genetically engineered mouse models and associated services, announced that effective April 17, 2017, in conjunction with The Michael J. Fox Foundation for Parkinson’s Research (MJFF), began commercial distribution of a new Parkinson’s disease mouse Model 13940 (C57BL/6- Lrrk2tm4.1Arte).

The development of Model 13940 underscores the commitment of both Taconic and MJFF to provide novel models for expediting Parkinson’s disease testing.

Model 13940 is a constitutive Knock-In (KI)/conditional Knock-Out (KO) of the mouse LRRK2 gene. The human G2019S point mutation has been introduced into exon 41 of the mouse LRRK2 gene. Additionally, exon 41 is flanked by lox P sites to generate a constitutive KO of the LRRK2 gene upon intercrossing with a Cre deleter strain.

  • The G2019S alpha-mutation is linked to the development of Parkinson’s disease, both sporadic and familial1.
  • In patients, the G2019S LRRK2 mutation is an autosomal dominant mutation that leads to pathology similar to what is observed with idiopathic Parkinson’s disease.
  • At 18 months of age, LRRK2 G2019S mice show an increased locomotor response after amphetamine challenge.
  • This knock-in mutation does not appear to affect basal motor function or more complex behavior in C57Bl6 mice.

Dr. Michael Seiler, Taconic Biosciences’ portfolio director for commercial genetically engineered models, shared, “Parkinson’s disease affects 1 in 100 people over the age of 60 (https://www.michaeljfox.org/understanding-parkinsons/living-with-pd/topic.php?causes&navid=causes). This model provides researchers throughout the world a novel tool to help find a cure for this devastating disease.”

Dr. Nicole Polinski, associate director of the pre-clinical tools and animal models portfolios at The Michael J. Fox Foundation commented: “Providing researchers with open access to pre-clinical models is an important investment for speeding research into the pathology and treatment of Parkinson’s disease. This model in particular is novel and advantageous in that it is a targeted mutation with endogenous regulation and may therefore recapitulate the G2019S LRRK2-related pathological mechanisms of this clinically-relevant mutation.”

Model 13940 is produced and distributed under rights to patents and/or intellectual property owned by and licensed to MJFF and Taconic. Taconic has rights to distribute the model on behalf of MJFF.  MJFF permits the sale to each purchaser that agrees to the Terms and Conditions of the sale. This model is produced in state-of-the-art facilities at the Murine Pathogen Free™ (MPF™) health status.

To learn more about this new Parkinson’s disease model, please contact Taconic Biosciences at 1-888-TACONIC (888-822-6642) in the US, +45 70 23 04 05 in Europe or at [email protected].

Reference
1  P.Matikainen-Ankney BA, et al. 2016. Altered Development of Synapse Structure and Function in Striatum Caused by Parkinson’s Disease-Linked LRRK2–G2019S Mutation. J Neurosci. Jul 6; 36(27): 7128–7141. PMID: 27383589

About Taconic Biosciences, Inc.
Taconic Biosciences is a fully-licensed, global leader in genetically engineered rodent models and services. Founded in 1952, Taconic helps biotechnology companies and institutions acquire, custom generate, breed, precondition, test, and distribute valuable research models worldwide.  Specialists in genetically engineered mouse and rat models, precision research mouse models, and integrated model design and breeding services, Taconic operates three service laboratories and six breeding facilities in the U.S. and Europe, maintains distributor relationships in Asia and has global shipping capabilities to provide animal models almost anywhere in the world.

Media Contact:
Kelly Owen Grover
Director of Marketing Communications
(518) 697-3824
[email protected]

ขั้นตอนการทดสอบใหม่คาดว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในความพยายามของโลกเพื่อขจัดโรคมาลาเรีย

การทดสอบโมเลกุลในห้องปฏิบัติการภาคสนาม มีความไวกว่าตัวเลือกในปัจจุบันถึง 80,000 ครั้ง

CINCINNATI, April 24, 2017 (GLOBE NEWSWIRE) — ในขณะที่ชุมชนโลกมารวมตัวกันในวันโรคมาลาเรียโลกเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จและวางแผนกลยุทธ์ในการกำจัดโรคนี้ออกจากพื้นโลก แสงสว่างแห่งความหวังใหม่ก็ได้ส่องเข้ามาจากสถานที่ที่คาดไม่ถึง นั่นคือด้านการทดสอบของสมการ

บริษัท Meridian Bioscience, Inc. ใน Cincinnati, Ohio (NASDAQ:VIVO) ได้พัฒนา illumigene® Malaria ขึ้นซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้โมเลกุลเพื่อตรวจหาโรคมาลาเรียในห้องปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งมีความไวสูงถึง 80,000 ครั้งในการตรวจพบปรสิตมาลาเรียเมื่อเทียบกับตัวเลือกการทดสอบในปัจจุบัน การทดสอบนี้ได้พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Meridian โดยได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) และมหาวิทยาลัย Cheikh Anta Diop ของ Dakar เซเนกัล

illumigene Malaria มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติในปัจจุบัน การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับโรคมาลาเรีย” ศาสตราจารย์ Daouda Ndiaye ภาควิชาปรสิตวิทยา – วิทยา มหาวิทยาลัย Cheikh Anta Diop กล่าวไว้ “การวินิจฉัยในระยะแรกช่วยให้สามารถทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคมาลาเรียและทำการรักษาโรคมาลาเรียให้กับคนที่เหมาะสม และเนื่องจากการตรวจจับปรสิตมาลาเรียในคนที่มีจำนวนปรสิตต่ำเป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่ายาก จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ มีความไว และใช้ได้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจติดตามแหล่งที่มาของเชื้อมาลาเรียในบริเวณก่อนการกำจัด illumigene Malaria แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถเหล่านี้”

illumigene Malaria ได้รับรางวัลที่หนึ่งสำหรับนวัตกรรมในการรักษาฉุกเฉินและการทดสอบนอกห้องปฏิบัติการในการประชุมอันทรงเกียรติ Journées Internationales de Biologie / Association des Colloques Nationaux des Biologistes ในกรุงปารีสและได้รับเครื่องหมาย CE สำหรับการจำหน่ายในยุโรป

แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมาลาเรียลดลงร้อยละ 60 ตั้งแต่ปี พ. ศ. 2543 เนื่องจากมีการป้องกันและมาตรการควบคุมโรคที่ดีขึ้น แต่มาลาเรียก็ยังคงเป็นหนึ่งในสามโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กทั่วโลก โดยมีเด็กที่เสียชีวิตจากโรคนี้หนึ่งรายในทุกๆ นาทีของทุกวัน (1) ตามข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกมีความเสี่ยงต่อโรคมาลาเรีย (2) ในปี พ.ศ. 2558 มีผู้ป่วยเป็นมาลาเรียประมาณ 212 ล้านรายและประมาณ 429,000 รายเสียชีวิตจากการเป็นโรคมาลาเรีย (3) นอกจากนี้ ในปีเดียวกันนั้น บริเวณทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกายังเป็นสถานที่ที่มีผู้ป่วยมาลาเรียถึงร้อยละ 90 และเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงร้อยละ 92 (4) มากกว่าสองในสาม (ร้อยละ 70) ของการเสียชีวิตจากโรคมาลาเรียทั้งหมดเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าขวบ (5)

ในขณะที่โรคมาลาเรียสามารถป้องกันได้และสามารถรักษาได้ (6) การวินิจฉัยที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ การทดสอบโมเลกุลได้พิสูจน์มาแล้วว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าตัวเลือกปัจจุบันในการตรวจจับปรสิตมาลาเรียในระดับที่ต่ำมากหรือที่เรียกว่า “โหลด” การระบุบุคคลที่มีโหลดต่ำมีประโยชน์สองประการในการทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาได้รับการรักษาและป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังผู้อื่น

“มนุษย์สามารถเป็นพาหะของโรคมาลาเรียได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ และการตรวจหาบุคคลที่ไม่แสดงอาการเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย” นาย Slava Elagin ซึ่งเป็นรองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Meridian Bioscience กล่าวไว้ “ถ้าการทดสอบไม่สามารถระบุพวกเขาได้ ก็จะไม่สามารถกำจัดโรคมาลาเรียออกได้ เพราะบุคคลเหล่านี้สามารถทำให้โรคแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้”

สถานการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าโรคมาลาเรียไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคของบริเวณทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาและเอเชียใต้เท่านั้น จำนวนผู้อพยพจากประเทศที่มีเชื้อมาลาเรียเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดอุบัติการณ์ที่สูงขึ้นในยุโรปและตะวันออกกลาง สัดส่วนของกรณีเป็นโรคมาลาเรียที่นำเข้าเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ร้อยละ 14 ถึงร้อยละ 86 ในการศึกษาวิจัยล่าสุด

เมื่อรวบรวมรายงานแล้ว เกือบร้อยละ 43 ของกรณีโรคมาลาเรียที่จดทะเบียนที่ศูนย์ในยุโรปที่สำคัญเกิดขึ้นในผู้เป็นชาวต่างชาติ อัตราการเกิดโรคมาลาเรียสูงขึ้นมากในผู้อพยพที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนและญาติในประเทศต้นกำเนิด ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของจำนวนกรณีในรายงานหลายฉบับและการเพิ่มขึ้นนี้ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นต้องมีเครื่องมือการวินิจฉัยที่ดีขึ้นทั้งในประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นและเป็นถิ่นของโรค

แม้ว่าจะไม่ใช่แนวความคิดใหม่ แต่การทดสอบโมเลกุลก็เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งต้องใช้ห้องทดลองที่มีอุปกรณ์ครบครันและบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ความก้าวหน้าของ illumigene Malaria โดยบริษัท Meridian Bioscience คือการที่สามารถใช้งานได้ในห้องปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งการติดเชื้อมาเลเรียมีสูงสุดและการตรวจหาในโหลดต่ำเป็นเรื่องท้าทายมากที่สุดสำหรับการวินิจฉัยและรักษา illumigene Malaria สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมหรือการลงทุนเป็นพิเศษ ให้ผลลัพธ์ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงและสามารถเก็บวัสดุทดสอบได้ที่อุณหภูมิห้อง

“นี่เป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้เพื่อให้การดูแลผู้ติดเชื้อมาเลเรียได้ดีขึ้นและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค” นาย John A. Kraeutler ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานคณะกรรมการของบริษัท Meridian Bioscience กล่าวไว้

ความพร้อมใช้งานของ illumigene Malaria ซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้ได้ในห้องปฏิบัติการภาคสนามและใช้งานได้ง่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าที่จะแทนที่เกณฑ์วิธีการทดสอบที่มีอยู่ โดยจะรวมตัวกับการทดสอบวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว (RDTs) และกล้องจุลทรรศน์เพื่อสร้างเว็บของเกณฑ์วิธีการตรวจหาที่จะช่วยเหลือการรักษาโดยตรงในที่ที่ต้องการมากที่สุด

“มาลาเรียเป็นโรคที่ร้ายแรงและเรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคนที่มีพรสวรรค์และความทุ่มเททั่วโลกในการสู้รบเพื่อกำจัดมันโรคร้ายนี้” นาย Kraeutler กล่าวไว้

illumigene Malaria จะมีจัดจำหน่ายในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาโดยบริษัท Meridian Bioscience Europe และในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมโดยเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลกของ บริษัทฯ ปัจจุบันการทดสอบครั้งที่ 10 ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์ม illumigene ของเราที่มีการใช้งานอยู่ในเกือบ 1,500 สถาบันทั่วโลก

1 – ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Meridian “การทดสอบมาเลเรียใหม่ illumigene Malaria ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการวินิจฉัยโรค”, 1.26.16
2 – องค์การอนามัยโลก: 10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย (http://www.who.int/features/factfiles/malaria/en/) อัพเดทในเดือนธันวาคม 2559
3 – เช่นเดียวกับข้อ 2
4 – เช่นเดียวกับข้อ 2
5 – เช่นเดียวกับข้อ 2
6 – องค์การอนามัยโลก, กลยุทธ์ทางเทคนิคระดับโลกสำหรับโรคมาลาเรีย: 2016-2030

เกี่ยวกับบริษัท Meridian Bioscienceillumigene Malaria และเทคโนโลยี LAMP

  • illumigene Malaria เป็นการตรวจวินิจฉัยโรคมาลาเรียที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Meridian Bioscience โดยเป็นการทดสอบระดับโมเลกุลที่ใช้เทคโนโลยี Isothermal Loop-Mediate Amplification (LAMP) เพื่อขยาย DNA และตรวจจับการปรากฏตัวของปรสิตมาลาเรีย
  • LAMP (Loop Mediated Isothermal Amplification) คือเทคโนโลยีการตรวจจับระดับโมเลกุลที่กำหนดเป้าหมาย DNA และใช้สารรีเอเจนต์ที่ตรวจวัดได้และมีอยู่ในตัว แตกต่างจากการทดสอบ PCR ในปัจจุบัน LAMP ไม่จำเป็นต้องมีรอบอุณหภูมิ แต่สามารถทำการอบ ตรวจจับ และรายงานที่อุณหภูมิเดียวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้น ชุดทดสอบ illumigene สามารถเก็บไว้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ ในขณะที่วิธีการโมเลกุลในปัจจุบันจำเป็นต้องเก็บในความเย็น
  • เทคโนโลยี illumigene  ไม่ยุ่งยาก ถูกต้อง และใช้งานได้ง่าย ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อทำการทดสอบ จะได้ผลลัพธ์ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
  • การทดสอบ illumigene  ซึ่งใช้เทคโนโลยี LAMP เป็นพื้นฐานพร้อมสำหรับวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ได้แก่ C. difficile โรคไอกรน และ ไวรัสเริม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำสูง
  • การทดสอบ illumigene ได้รับการอนุมัติและสามารถใช้ในโรคอื่นๆ มานานกว่า 5 ปีแล้ว
  • ข้อดีของ illumigene Malaria ได้รวบรวมไว้ที่ www.molecularendsmalaria.com.

เกี่ยวกับบริษัท Meridian Bioscience, Inc 
Meridian เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตแบบครบวงจรที่พัฒนา ผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายหลากหลายสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเช่น ชุดทดสอบวินิจฉัย น้ำยาบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับมีการบริการเทคโนโลยีชีวเวชภัณฑ์ ด้วยการใช้วิธีที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์และการทดสอบวินิจฉัยเหล่านี้ให้มาซึ่งความถูกต้อง เรียบง่าย และความรวดเร็วในการวินิจฉัยและการรักษาในระยะแรกสำหรับอาการทางการแพทย์ทั่วไป เช่น ระบบทางเดินอาหาร และการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ และระดับตะกั่วในเลือด ผลิตภัณฑ์ด้านการวินิจฉัยของ Meridian เอาไว้สำหรับการใช้นอกร่างกายมนุษย์และต้องการแค่อุปกรณ์พิเศษเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการออกแบบเพื่อทำให้ผู้ป่วยมีความเป็นอยู่ที่ดี ในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายของการดูแลสุขภาพ Meridian มีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในด้านการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารส่วนบน เซรุ่มวิทยา ปรสิตวิทยาและการวินิจฉัยโรคเชื้อรา และการทดสอบระดับตะกั่วในเลือด นอกจากนี้เ Meridian ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำยาที่หายาก สินค้าทางชีวภาพพิเศษ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้โดยบริษัทชีวเวชภัณฑ์ที่ทำการวิจัยยาและวัคซีนใหม่ๆ บริษัทได้ทำการตลาดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเขาสำหรับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการอ้างอิง ศูนย์การวิจัย ผู้ผลิตวินิจฉัย และ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก หุ้นของบริษัทมีการซื้อขายในตลาด NASDAQ Global Select ในสัญลักษณ์ VIVO ที่อยู่เว็บไซต์ของ Meridian คือ  www.meridianbioscience.com.

สำหรับฝ่ายความสัมพันธ์กับนักลงทุน กรุณาติดต่อ:          
513-271-3700
John A. Kraeutler ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สำหรับข้อซักถามอื่นๆ กรุณาติดต่อ:
513-403-7222
Joe Shields

ขั้นตอนการทดสอบใหม่คาดว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในความพยายามของโลกเพื่อขจัดโรคมาลาเรีย

การทดสอบโมเลกุลในห้องปฏิบัติการภาคสนาม มีความไวกว่าตัวเลือกในปัจจุบันถึง 80,000 ครั้ง

CINCINNATI, April 24, 2017 (GLOBE NEWSWIRE) — ในขณะที่ชุมชนโลกมารวมตัวกันในวันโรคมาลาเรียโลกเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จและวางแผนกลยุทธ์ในการกำจัดโรคนี้ออกจากพื้นโลก แสงสว่างแห่งความหวังใหม่ก็ได้ส่องเข้ามาจากสถานที่ที่คาดไม่ถึง นั่นคือด้านการทดสอบของสมการ

บริษัท Meridian Bioscience, Inc. ใน Cincinnati, Ohio (NASDAQ:VIVO) ได้พัฒนา illumigene® Malaria ขึ้นซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้โมเลกุลเพื่อตรวจหาโรคมาลาเรียในห้องปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งมีความไวสูงถึง 80,000 ครั้งในการตรวจพบปรสิตมาลาเรียเมื่อเทียบกับตัวเลือกการทดสอบในปัจจุบัน การทดสอบนี้ได้พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Meridian โดยได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) และมหาวิทยาลัย Cheikh Anta Diop ของ Dakar เซเนกัล

illumigene Malaria มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติในปัจจุบัน การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับโรคมาลาเรีย” ศาสตราจารย์ Daouda Ndiaye ภาควิชาปรสิตวิทยา – วิทยา มหาวิทยาลัย Cheikh Anta Diop กล่าวไว้ “การวินิจฉัยในระยะแรกช่วยให้สามารถทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคมาลาเรียและทำการรักษาโรคมาลาเรียให้กับคนที่เหมาะสม และเนื่องจากการตรวจจับปรสิตมาลาเรียในคนที่มีจำนวนปรสิตต่ำเป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่ายาก จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ มีความไว และใช้ได้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจติดตามแหล่งที่มาของเชื้อมาลาเรียในบริเวณก่อนการกำจัด illumigene Malaria แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถเหล่านี้”

illumigene Malaria ได้รับรางวัลที่หนึ่งสำหรับนวัตกรรมในการรักษาฉุกเฉินและการทดสอบนอกห้องปฏิบัติการในการประชุมอันทรงเกียรติ Journées Internationales de Biologie / Association des Colloques Nationaux des Biologistes ในกรุงปารีสและได้รับเครื่องหมาย CE สำหรับการจำหน่ายในยุโรป

แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมาลาเรียลดลงร้อยละ 60 ตั้งแต่ปี พ. ศ. 2543 เนื่องจากมีการป้องกันและมาตรการควบคุมโรคที่ดีขึ้น แต่มาลาเรียก็ยังคงเป็นหนึ่งในสามโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กทั่วโลก โดยมีเด็กที่เสียชีวิตจากโรคนี้หนึ่งรายในทุกๆ นาทีของทุกวัน (1) ตามข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกมีความเสี่ยงต่อโรคมาลาเรีย (2) ในปี พ.ศ. 2558 มีผู้ป่วยเป็นมาลาเรียประมาณ 212 ล้านรายและประมาณ 429,000 รายเสียชีวิตจากการเป็นโรคมาลาเรีย (3) นอกจากนี้ ในปีเดียวกันนั้น บริเวณทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกายังเป็นสถานที่ที่มีผู้ป่วยมาลาเรียถึงร้อยละ 90 และเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงร้อยละ 92 (4) มากกว่าสองในสาม (ร้อยละ 70) ของการเสียชีวิตจากโรคมาลาเรียทั้งหมดเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าขวบ (5)

ในขณะที่โรคมาลาเรียสามารถป้องกันได้และสามารถรักษาได้ (6) การวินิจฉัยที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ การทดสอบโมเลกุลได้พิสูจน์มาแล้วว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าตัวเลือกปัจจุบันในการตรวจจับปรสิตมาลาเรียในระดับที่ต่ำมากหรือที่เรียกว่า “โหลด” การระบุบุคคลที่มีโหลดต่ำมีประโยชน์สองประการในการทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาได้รับการรักษาและป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังผู้อื่น

“มนุษย์สามารถเป็นพาหะของโรคมาลาเรียได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ และการตรวจหาบุคคลที่ไม่แสดงอาการเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย” นาย Slava Elagin ซึ่งเป็นรองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Meridian Bioscience กล่าวไว้ “ถ้าการทดสอบไม่สามารถระบุพวกเขาได้ ก็จะไม่สามารถกำจัดโรคมาลาเรียออกได้ เพราะบุคคลเหล่านี้สามารถทำให้โรคแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้”

สถานการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าโรคมาลาเรียไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคของบริเวณทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาและเอเชียใต้เท่านั้น จำนวนผู้อพยพจากประเทศที่มีเชื้อมาลาเรียเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดอุบัติการณ์ที่สูงขึ้นในยุโรปและตะวันออกกลาง สัดส่วนของกรณีเป็นโรคมาลาเรียที่นำเข้าเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ร้อยละ 14 ถึงร้อยละ 86 ในการศึกษาวิจัยล่าสุด

เมื่อรวบรวมรายงานแล้ว เกือบร้อยละ 43 ของกรณีโรคมาลาเรียที่จดทะเบียนที่ศูนย์ในยุโรปที่สำคัญเกิดขึ้นในผู้เป็นชาวต่างชาติ อัตราการเกิดโรคมาลาเรียสูงขึ้นมากในผู้อพยพที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนและญาติในประเทศต้นกำเนิด ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของจำนวนกรณีในรายงานหลายฉบับและการเพิ่มขึ้นนี้ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นต้องมีเครื่องมือการวินิจฉัยที่ดีขึ้นทั้งในประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นและเป็นถิ่นของโรค

แม้ว่าจะไม่ใช่แนวความคิดใหม่ แต่การทดสอบโมเลกุลก็เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งต้องใช้ห้องทดลองที่มีอุปกรณ์ครบครันและบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ความก้าวหน้าของ illumigene Malaria โดยบริษัท Meridian Bioscience คือการที่สามารถใช้งานได้ในห้องปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งการติดเชื้อมาเลเรียมีสูงสุดและการตรวจหาในโหลดต่ำเป็นเรื่องท้าทายมากที่สุดสำหรับการวินิจฉัยและรักษา illumigene Malaria สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมหรือการลงทุนเป็นพิเศษ ให้ผลลัพธ์ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงและสามารถเก็บวัสดุทดสอบได้ที่อุณหภูมิห้อง

“นี่เป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้เพื่อให้การดูแลผู้ติดเชื้อมาเลเรียได้ดีขึ้นและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค” นาย John A. Kraeutler ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานคณะกรรมการของบริษัท Meridian Bioscience กล่าวไว้

ความพร้อมใช้งานของ illumigene Malaria ซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้ได้ในห้องปฏิบัติการภาคสนามและใช้งานได้ง่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าที่จะแทนที่เกณฑ์วิธีการทดสอบที่มีอยู่ โดยจะรวมตัวกับการทดสอบวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว (RDTs) และกล้องจุลทรรศน์เพื่อสร้างเว็บของเกณฑ์วิธีการตรวจหาที่จะช่วยเหลือการรักษาโดยตรงในที่ที่ต้องการมากที่สุด

“มาลาเรียเป็นโรคที่ร้ายแรงและเรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคนที่มีพรสวรรค์และความทุ่มเททั่วโลกในการสู้รบเพื่อกำจัดมันโรคร้ายนี้” นาย Kraeutler กล่าวไว้

illumigene Malaria จะมีจัดจำหน่ายในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาโดยบริษัท Meridian Bioscience Europe และในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมโดยเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลกของ บริษัทฯ ปัจจุบันการทดสอบครั้งที่ 10 ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์ม illumigene ของเราที่มีการใช้งานอยู่ในเกือบ 1,500 สถาบันทั่วโลก

1 – ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Meridian “การทดสอบมาเลเรียใหม่ illumigene Malaria ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการวินิจฉัยโรค”, 1.26.16
2 – องค์การอนามัยโลก: 10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย (http://www.who.int/features/factfiles/malaria/en/) อัพเดทในเดือนธันวาคม 2559
3 – เช่นเดียวกับข้อ 2
4 – เช่นเดียวกับข้อ 2
5 – เช่นเดียวกับข้อ 2
6 – องค์การอนามัยโลก, กลยุทธ์ทางเทคนิคระดับโลกสำหรับโรคมาลาเรีย: 2016-2030

เกี่ยวกับบริษัท Meridian Bioscienceillumigene Malaria และเทคโนโลยี LAMP

  • illumigene Malaria เป็นการตรวจวินิจฉัยโรคมาลาเรียที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Meridian Bioscience โดยเป็นการทดสอบระดับโมเลกุลที่ใช้เทคโนโลยี Isothermal Loop-Mediate Amplification (LAMP) เพื่อขยาย DNA และตรวจจับการปรากฏตัวของปรสิตมาลาเรีย
  • LAMP (Loop Mediated Isothermal Amplification) คือเทคโนโลยีการตรวจจับระดับโมเลกุลที่กำหนดเป้าหมาย DNA และใช้สารรีเอเจนต์ที่ตรวจวัดได้และมีอยู่ในตัว แตกต่างจากการทดสอบ PCR ในปัจจุบัน LAMP ไม่จำเป็นต้องมีรอบอุณหภูมิ แต่สามารถทำการอบ ตรวจจับ และรายงานที่อุณหภูมิเดียวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้น ชุดทดสอบ illumigene สามารถเก็บไว้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ ในขณะที่วิธีการโมเลกุลในปัจจุบันจำเป็นต้องเก็บในความเย็น
  • เทคโนโลยี illumigene  ไม่ยุ่งยาก ถูกต้อง และใช้งานได้ง่าย ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อทำการทดสอบ จะได้ผลลัพธ์ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
  • การทดสอบ illumigene  ซึ่งใช้เทคโนโลยี LAMP เป็นพื้นฐานพร้อมสำหรับวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ได้แก่ C. difficile โรคไอกรน และ ไวรัสเริม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำสูง
  • การทดสอบ illumigene ได้รับการอนุมัติและสามารถใช้ในโรคอื่นๆ มานานกว่า 5 ปีแล้ว
  • ข้อดีของ illumigene Malaria ได้รวบรวมไว้ที่ www.molecularendsmalaria.com.

เกี่ยวกับบริษัท Meridian Bioscience, Inc 
Meridian เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตแบบครบวงจรที่พัฒนา ผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายหลากหลายสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเช่น ชุดทดสอบวินิจฉัย น้ำยาบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับมีการบริการเทคโนโลยีชีวเวชภัณฑ์ ด้วยการใช้วิธีที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์และการทดสอบวินิจฉัยเหล่านี้ให้มาซึ่งความถูกต้อง เรียบง่าย และความรวดเร็วในการวินิจฉัยและการรักษาในระยะแรกสำหรับอาการทางการแพทย์ทั่วไป เช่น ระบบทางเดินอาหาร และการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ และระดับตะกั่วในเลือด ผลิตภัณฑ์ด้านการวินิจฉัยของ Meridian เอาไว้สำหรับการใช้นอกร่างกายมนุษย์และต้องการแค่อุปกรณ์พิเศษเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการออกแบบเพื่อทำให้ผู้ป่วยมีความเป็นอยู่ที่ดี ในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายของการดูแลสุขภาพ Meridian มีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในด้านการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารส่วนบน เซรุ่มวิทยา ปรสิตวิทยาและการวินิจฉัยโรคเชื้อรา และการทดสอบระดับตะกั่วในเลือด นอกจากนี้เ Meridian ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำยาที่หายาก สินค้าทางชีวภาพพิเศษ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้โดยบริษัทชีวเวชภัณฑ์ที่ทำการวิจัยยาและวัคซีนใหม่ๆ บริษัทได้ทำการตลาดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเขาสำหรับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการอ้างอิง ศูนย์การวิจัย ผู้ผลิตวินิจฉัย และ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก หุ้นของบริษัทมีการซื้อขายในตลาด NASDAQ Global Select ในสัญลักษณ์ VIVO ที่อยู่เว็บไซต์ของ Meridian คือ  www.meridianbioscience.com.

สำหรับฝ่ายความสัมพันธ์กับนักลงทุน กรุณาติดต่อ:          
513-271-3700
John A. Kraeutler ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สำหรับข้อซักถามอื่นๆ กรุณาติดต่อ:
513-403-7222
Joe Shields

New Testing Procedure Holds Promise As a Critical Tool in the Global Effort to Eliminate Malaria

Field laboratory-deployable molecular test up to 80,000 times more sensitive than current options

CINCINNATI, April 24, 2017 (GLOBE NEWSWIRE) — As the global community gathers for World Malaria Day to celebrate successes and plot strategy to eliminate the disease from the face of the earth, a new ray of hope is emerging from a surprising place: the testing side of the equation.

Meridian Bioscience, Inc. of Cincinnati, Ohio (NASDAQ:VIVO) has developed illumigene® Malaria, a molecular-based, field laboratory-deployed test for malaria that is up to 80,000 times more sensitive at detecting the malaria parasite than current testing options. The test was developed by Meridian with the technical assistance of the Centers for Disease Control and Prevention (CDC) and Cheikh Anta Diop University of Dakar, Senegal.

illumigene Malaria has the potential to change current practices. Faster and more accurate diagnosis is vital in the fight against malaria,” said Professor Daouda Ndiaye, Department of Parasitology-Mycology, Cheikh Anta Diop University. “Earlier diagnosis enables the correct treatment to be prescribed, which leads to better clinical outcomes for the person with malaria and keeps malaria treatments for the right people. And because detecting the malaria parasite in people with a low parasite count has proven difficult, a robust, sensitive and field laboratory-deployable diagnostic tool is needed to track the malaria reservoir in pre-elimination regions. illumigene Malaria shows this capacity.”

illumigene Malaria was awarded first place for innovation in emergency treatment and point-of-care testing at the prestigious Journées Internationales de Biologie /Association des Colloques Nationaux des Biologistes Conference in Paris, and is CE marked for sale in Europe.

Despite a 60% decline in malaria deaths since 2000 due to better prevention and increased control measures, malaria is still one of the top three killers of children worldwide, claiming one life every minute of every day. (1) According to the latest data from the World Health Organization, nearly half of the world’s population is at risk of malaria (2). In 2015, there were roughly 212 million malaria cases and an estimated 429,000 malaria deaths (3). Also that year, Sub-Saharan Africa was home to 90% of malaria cases and 92% of malaria deaths (4). More than two-thirds (70%) of all malaria deaths occur in children under the age of five (5).

While malaria is preventable and treatable (6), proper diagnosis is critical. Molecular testing has proven to be more effective than current options in detecting the malaria parasite at very low levels, known as “loads.” Identifying low-load individuals has the dual benefit of ensuring they receive treatment and preventing the spread of the disease to others.

“People can be carriers of malaria without showing any symptoms, and detecting these asymptomatic individuals can be challenging,” said Slava Elagin, Executive Vice President, Research & Development at Meridian Bioscience. “If testing doesn’t identify them, eliminating malaria is impossible because these individuals can spread the disease to others.”

That scenario is playing out in the fact that malaria is no longer only a disease of sub-Saharan Africa and southern Asia. Increasing numbers of people emigrating from countries where malaria is endemic have resulted in a higher incidence in Europe and the Middle East. The proportion of imported malaria cases has increased during the last few years from 14% to 86% in more recent studies. On pooling the reports, nearly 43% of malaria cases registered in key European centers occurred in non-nationals. The rates of malaria are much higher in settled immigrants who travel to visit friends and relatives in their country of origin. They can account for up to 70% of the cases in several reports and this increase highlights the need for better diagnostic tools in both non-endemic and endemic countries.

While not a new concept, molecular testing has traditionally been a complex process requiring fully-equipped laboratories and highly trained testing personnel. The breakthrough of illumigene Malaria by Meridian Bioscience is that it can be deployed in the field laboratory, where malarial infection is the highest and low load detection most challenging to diagnose and treat. illumigene Malaria is user-friendly, doesn’t require special training or capital investment, yields results in under one hour and the testing materials can be stored at room temperature.

“This is a major step forward in the fight to bring better care to those infected with malaria and to stop its spread,” said John A. Kraeutler, Chief Executive Officer and Chairman of the Board of Meridian Bioscience.

The availability of the field laboratory-deployable and user-friendly, illumigene Malaria, will enhance rather than replace existing testing protocols. It will join rapid diagnostic tests (RDTs) and microscopy to create a web of detection protocols that will help direct treatment where it is needed most.

“Malaria is a devastating disease and we are proud to work with all the talented and dedicated individuals around the world in the fight to eliminate it,” said Kraeutler.

illumigene Malaria will be distributed in the European, Middle Eastern and African regions by Meridian Bioscience Europe and in additional international markets by the Company’s global distribution network. It is the tenth assay now available on our illumigene platform that is in use in nearly 1,500 institutions around the world.

1 – Meridian news release, “New Malaria Test, illumigene Malaria, Sets a New Gold Standard for Diagnosis”, 1.26.16
2 – World Health Organization: 10 facts on malaria (http://www.who.int/features/factfiles/malaria/en/) Updated December 2016
3 – ibid
4 – ibid
5 – ibid
6 – The World Health Organization, Global Technical Strategy for Malaria: 2016-2030

About Meridian Bioscience, illumigene Malaria & LAMP Technology

  • illumigene Malaria is a diagnostic test for malaria developed by Meridian Bioscience. It is a molecular test that uses Loop-Mediated Isothermal Amplification (LAMP) technology to amplify DNA and detect the presence of the Malaria parasite.
  • LAMP (Loop Mediated Isothermal Amplification) is Molecular detection technology which targets DNA and uses premeasured and self-contained reagents.  Unlike current PCR testing, it does not require temperature cycling. LAMP incubates, detects and reports at a single temperature, allowing for faster results. illumigene testing kits can be stored under ambient conditions, while current molecular methods require cold storage.
  • illumigene technology is simple, accurate and easy to use which means that no specialist technical expertise is needed to perform the test. Results are available in under an hour.
  • LAMP-based illumigene tests are already used to diagnose infectious diseases including C. difficile, whooping cough and Herpes Simplex Virus, where they have proved highly accurate.
  • illumigene tests have been approved and used in other diseases for over 5 years.
  • The benefits of illumigene Malaria are highlighted on the microsite: www.molecularendsmalaria.com.

About Meridian Bioscience, Inc
Meridian is a fully integrated life science company that develops, manufactures, markets and distributes a broad range of innovative diagnostic test kits, rare reagents, specialty biologicals and components. Utilizing a variety of methods, our diagnostic tests provide accuracy, simplicity and speed in the early diagnosis and treatment of common medical conditions, such as infections and lead poisoning. Meridian’s diagnostic products are used outside of the human body and require little or no special equipment. The Company’s diagnostic products are designed to enhance patient well-being while reducing the total outcome costs of health care. Meridian has strong market positions in the areas of gastrointestinal and upper respiratory infections and blood lead level testing. In addition, Meridian is a supplier of rare reagents, specialty biologicals and components used by organizations in the life science and agribio industries engaged in research and by companies as components in the manufacture of diagnostics. The Company markets its products and technologies to hospitals, reference laboratories, research centers, diagnostics manufacturers and agribio companies in more than 70 countries around the world. The Company’s shares are traded on the NASDAQ Global Select Market, symbol VIVO. Meridian’s website address is www.meridianbioscience.com.

For Investor Relations, contact:	
513-271-3700
John A. Kraeutler, Chief Executive Officer

For all other inquiries, contact:
513-403-7222
Joe Shields

Myanmar Military Won’t Accept Revision of Peace Agreement: Deputy Commander-in-Chief

Myanmar's powerful military will not accept any revisions or amendments to a nationwide cease-fire agreement it signed in October 2015 with eight ethnic armed groups in order to accommodate remaining militias that have refused to sign or have been excluded from the pact, the country's deputy commander-in-chief of the armed forces said Monday.

During a meeting on the implementation of the nationwide cease-fire agreement (NCA) in the capital Naypyidaw, Vice-Senior General Soe Win ruled out any changes to the NCA as part of the government's efforts to end decades of civil wars that have stymied Myanmar's political and economic development.

The meeting comes as the military, government peace envoys, and representatives from ethnic armed groups prepare for another round of negotiations.

Asking ethnic armed groups to sign the NCA is not asking them to abandon their weapons, but some groups have misunderstood this, Soe Win said. I want the leaders from the groups that have signed the NCA to explain this point to the people from non-NCA groups who have misunderstood this or who pretend not to understand it.

The current government under de facto leader Aung San Suu Kyi is spearheading efforts to bring nonsignatories to the NCA on board through a series of talks known as the 21st-century Panglong Conference.

The first conference was held late last August and early September, but the second round of talks originally scheduled for February has been postponed twice.

The government now expects to hold the second round of discussions on May 24 with government and military representatives, various political parties, ethnic armed groups, and a United Nations secretary, said Colonel Khun Okka of the Pa-O National Liberation Organization (PNLO), who also attended the meeting along with Aung San Suu Kyi and General Mutu Say Pho of the Karen National Union (KNU).

Continue working for peace

Mutu Say Pho urged all stakeholders to continue working for peace despite the current challenges of bringing the opposite sides to the negotiating table.

He also said that political problems cannot be resolved by asking for approval of various points that were brought to the meeting for discussion rather than by face-to-face talks.

Nonsignatory groups to the NCA are watching our implementation of the agreement and the difficulties of implementing it, he said. We need to show them how much attention we have devoted to the NCA and how far we can implement it.

Seven ethnic rebel groups that have not signed the NCA held their own talks on April 15-19 in Pangkham, the administrative capital of territory controlled by the United Wa State Army (USWA), Myanmar's largest nonstate militia. At the meeting's conclusion, the militias decided to form a new committee to collectively negotiate with the government.

The country's peace process has been hindered by ongoing clashes between the armed forces and ethnic militias primarily in northern Shan state and neighboring Kachin state.

Copyright (copyright) 1998-2016, RFA. Used with the permission of Radio Free Asia, 2025 M St. NW, Suite 300, Washington DC 20036